บทที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ

จาก MBA Wiki
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เนื้อหา

ความหมายและลักษณะทั่วไปของเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ

เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ (Business Economic) เป็นวิชาที่ว่าด้วยการนำทฤษฏีเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาทางด้านธุรกิจขององค์กรต่างๆ เพื่อให้สามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปใช้ในทางเลือกต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมที่สุดและสามารถบรรลุเป้าหมายขององค์กรไดเอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แนวความคิดทางเศรษฐศาสตร์

ทฤษฏีทางเศรษฐศาสตร์ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาขององค์กร มีดังนี้

ความหมายและลักษณะทั่วไปของเศรษฐศาสตร์

  • เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาที่ว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปใช้ในทางเลือกต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจมากที่สุด นั่นคือทรัพยากรธรรมชาติมีอยู่อย่างจำกัดในขณะที่ความต้องการของมนุษย์มีอยู่อย่างไม่จำกัด วิชาเศรษฐศาสตร์ จึงต้องจัดสรรค์ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปผลิตสินค้าต่างๆ เพื่อสนองความต้องการขอมนุษย์ที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด
  • ความต้องการของมนุษย์ หมายถึง สินค้า บริการและความสะดวกสบายของชีวิต ที่บุคคลต้องการ
  • ทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง ปัจจัยการผลิต ได้แก่ ที่ดิน แรงงาน ทุน และผู้ประกอบการ

ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์

จากปัญหาความต้องการของมนุษย์มีอยู่อย่างไม่จำกัด แต่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ทุกๆประเทศมีปัญหาเหมอนๆกันคือ

  • จะผลิตสินค้าอะไร (What to produce)
  • จะผลิตอย่างไร (How to produce)
  • จะผลิตเพื่อใคร (For whom to produce)

ระบบเศรษฐกิจ

ระบบเศรษฐกิจ (Economic System) หมายถึง กลุ่มชนที่รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มสถาบันทางเศรษฐกิจ (Economic System) ที่มีแนวปฏิบัติคล้ายๆกัน เป็นกฎเกณฑ์และนโยบายทางเศรษฐกิจ ซึ่งจำแนกออกได้เป็น 3 ระบบคือ

  1. ระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีการวางแผน (Unplanned Economy) เป็นระบบเศรษฐกิจที่เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต อาศัยกลไกราคา เป็นตัวกำหนดการดำเนินการผลิตและการบริโภค ระบบเศรษฐกิจแบบนี้นิยมเรียกว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม (Capitalism)
  2. ระบบเศรษฐกิจที่มีการวางแผนเต็มที่ (Planned Economy) หรือบางแห่งเรียกระบบสังคมนิยมภาคบังคับ (Authoritarian socialism) เป็นระบบที่มีการวางแผนจากส่วนกลาง รัฐบาลเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตทั้งหมด และเป็นผู้กำหนดว่าจะผลิตอย่างไร ผลิตเพื่อใคร ระบบเศรษฐกิจที่มีการวางแผนเต็มที่นี้เรียกอีกอย่างว่าระบบเศรษฐกิจคอมมิวนิสต์
  3. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม (Semi-Planned Economy) หรือบางแห่งเรียกว่า (Mixed Economy) เป็นระบบที่เอกชนและรัฐบาลรับผิดชอบร่วมกันในการตัดสินใจว่าจะผลิตอะไร อย่างไร และแบ่งปันผลผลิตอย่างไร ระบบนี้โดยทั่วไปจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกราคา โดยรัฐบาลจะเข้าดำเนินการวางแผนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางอย่างเท่านั้น

การแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

  • ระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีการวางแผน
  • กลไกของตลาด ราคาสินค้าจะถูกกำหนดโดยอุปสงค์ และอุปทาน
  • ปัญหาว่าผลิตอะไร - เมื่อสินค้าชนิดใดมีความต้องการสูง แต่ผลิตได้น้อย ราคาก็จะเพิ่มขึ้นไปสูง ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรมาผลิตให้มากขึ้น เพื่อผลกำไรที่สูงขึ้น
  • ปัญหาว่าผลิตอย่างไร - ปล่อยให้เอกชนเป็นผู้เลือกวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดเอง
  • ปัญหาว่าจะแจกจ่ายสินค้าให้กับใคร - ปล่อยให้ผู้มีอำนาจซื้อได้สินค้านั้นไป ซึ่งจุดนี้ถือเป็นข้อด้อยของระบบเศรษฐกิจเสรี ที่ก่อให้เกิดความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจ
  • ระบบเศรษฐกิจที่มีการวางแผนเต็มที่ รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทั้งสามประการ
  • ระบบเศรษฐกิจแบบผสม จะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกราคา ยกเว้นปัญหาบางอย่างที่รัฐบาลจะเข้าไปกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาเอง เช่นสินค้าสาธารณูปโภค ซึ่งมีต้นทุนสูง หาเอกชนมาลงทุนได้ยาก แต่มีความจำเป็นกับประชาชน หรือสินค้าบางอย่างที่รัฐบาลต้องควบคุมปริมาณหรือคุณภาพ เนื่องจากเป็นอันตรายสำหรับประชาชน เช่น บุหรี่ สุรา เป็นต้น

วงจรเศรษฐกิจ

วงจรเศรษฐกิจ หมายถึง การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจระหว่างฝ่ายครัวเรือนและหน่วยธุรกิจ

  • ฝ่ายครัวเรือน
  • เป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการ
  • มีรายได้จากการขายผลผลิต และมีรายจ่ายจากการซื้อวัตถุดิบ
  • ฝ่ายธุรกิจ (หน่วยผลิต) เช่น บริษัท ห้างร้าน ธนาคาร
  • เป็นผู้จำหน่ายสินค้าและบริการ
  • มีรายได้จากการขายสินค้า และรายจ่ายจากการซื้อผลผลิต

11.gif

รูปแบบการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์

  • เศรษฐศาสตร์ที่เป็นจริง และเศรษฐศาสตร์ที่ควรจะเป็น
  • เศรษฐศาสตร์ที่เป็นจริง (Positive Economic) เป็นการศึกษาพฤติกรรมของระบบเศรษฐกิจในความเป็นจริง หรือสภาพที่เป็นอยู่ ที่เกิดขึ้นจริงโดยไม่ใช้ความเห็นส่วนตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง
  • เศรษฐศาสตร์ที่ควรจะเป็น (Normative Economic) เป็นการวิเคราะห์ผลที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจนั้นๆว่าถูกต้องหรือไม่ ควรปรับปรุงอย่างไร โดยใช้ความคิดเห็นส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง
  • การวิเคราะห์สภาพสถิตย์ สภาพสถิตย์เปรียบเทียบ และสภาพพลวัต
  • การวิเคราะห์สภาพสถิตย์ เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะใดขณะหนึ่ง โดยไม่นำเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง
  • การวิเคราะห์สภาพสถิตย์เปรียบเทียบ เป็นการวิเคราะห์เปรียบเทียบดุลยภาพณ จุดเดิมและจุดใหม่ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางเศรษฐกิจขึ้น
  • การวิเคราะห์สภาพพลวัต เป็นการวิเคราะห์ลักษณะการเปลี่ยนแปลง แนวทางการเปลี่ยนแปลง ระยะเวลาการเปลี่ยนแปลง โดยศึกษาว่าตัวแปรในช่วงเวลาหนึ่งถูกกระทบจากตัวแปรในช่วงเวลาก่อนอย่างไร
  • การวิเคราะห์เฉพาะส่วนและการวิเคราะห์คลุมทุกส่วน
  • การวิเคราะห์เฉพาะส่วน (Patial Analysis) เป็นการวิเคราะห์เฉพาะเรื่องที่เราสนใจ โดยกำหนดให้ตัวแปรอื่นๆเป็นค่าคงที่
  • การวิเคราะห์ทุกส่วน (General Analysis) เป็นการวิเคราะห์ที่นำเอาตัวแปรที่เกี่ยวข้องทุกตัวมาพิจารณาพร้อมๆกัน

ข้อสมมติทางเศรษฐศาสตร์

ข้อสมมติทางเศรษฐศาสตร์ ช่วยให้เราสามารถสร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อศึกษาผลกระทบของตัวแปรต่างๆ ที่กระทบต่อตัวแปรอื่นๆ เพื่ออธิบายปรากฎการณ์ทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมีความซับซ้อนและมีตัวแปรที่กี่ยวข้องมากมาย ข้อสมมติที่ใช้กันทั่วไปได้แก่

  • มนุษย์จะดำเนินการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลทางเศรษฐกิจ (Economic rationality) หมายความว่า ทุกๆหน่วยเศรษฐกิจจะพยายามทำให้ตนได้รับผลประโยชน์สูงสุด
  • สิ่งอื่นๆนอกเหนือจากที่พิจารณาอยู่ กำหนดให้คงที่ (Ceteris paribus) เป็นการสมมติเพื่อศึกษาผลกระทบของของตัวแปรที่เราต้องการศึกษาโดยเฉพาะ

ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ

  • เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Micro Economic) เป็นการศึกษาพฤติกรรมของหน่วยเศรษฐศาสตร์ต่างๆ ในระะบบเศรษฐกิจ เช่น ผู้บริโภค ผู้ผลิต เจ้าของปัจจัยการผลิต ภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ เช่น รายได้ รสนิยม สาพตลาด ราคาสินค้า ราคาปัจจัยการผลิต ภาษี ฯลฯ
  • เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macro Economic) เป็นการศึกษาพฤติกรรมมวลรวมของประเทศหรือของเศรษฐกิจทั้งระบบ เช่น รายได้ ประชาชาติ ระดับราคาสินค้า การจ้างงาน ภาวะการเงินของประเทศ การเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

อาจารย์ผู้บรรยาย

  • รองศาสตราจารย์คิม ไชยแสนสุข
  • รองศาสตราจารย์สุกัญญา ตันธนวัฒน์

สารบัญ

หน้าแรก เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ

เศรษฐศาสตร์มหภาค

เศรษฐศาสตร์จุลภาค

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม