บทที่ 1 บทนำว่าด้วยเศรษฐศาสตร์มหาภาค

จาก MBA Wiki
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เนื้อหา

เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomic)

เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomic) เป็นวิชาที่ว่าด้วยเรื่องราวหรือพฤติกรรมทางเศรษฐกิจในระดับกว้าง ซึ่งเป็นเรื่องราวของเศรษฐกิจในระดับส่วนรวมของประเทศ ของภูมิภาค จนถึงระดับโลก เช่น การศึกษาเกี่ยวกับผลผลิตโดยรวมของประเทศ หรือรายได้ประชาชาติ การจ้างงาน ระดับราคา พฤติกรรมการใช้จ่ายอุปโภคบริโภคของครัวเรือน การนำเข้า ส่งออก ดุลการค้า เป็นต้น

เศรษฐศาสตร์มหาภาคเป็นศาสตร์ที่ศึกษาตัวแปรต่างๆของเหตุการณ์ต่างๆที่มีผลกับเศรษฐกิจโดยรวม เช่น โครงสร้างและปรากฎการณ์ทางเศรษฐกิจระดับชาติ และนโยบายของภาครัฐที่ถูกใช้เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อปรากฎการณ์ทางเศรษฐกิจ

เศรษฐศาสตร์มหาภาค ในบทเรียนนี้จะเน้นการศึกษาในเรื่อง

ปัญหาเศรษฐกิจมหาภาค (Macroeconomic Issue)

ปัญหาในที่นี้ คือประเด็นที่เราให้ความสนใจ ในมุมมองของเศรษฐกิจมหาภาค

  1. ปัญหาการเติบโตอย่างมีดุลยภาพในระยะยาว
  2. ปัญหาวัฏจักรเศรษฐกิจ
  3. ปัญหาการว่างงาน
  4. ปัญหาความไม่มีเสถียรภาพของระดับราคา
  5. ปัญหาผลกระทบจากกระทบระบบโลกาภิวัตน์
  6. ปัญหามาตรฐานการดำรงชีพ
  7. ปัญหาการขาดดุลงบประมาณและดุลการค้า
  8. ปัญหาว่านโยบายรัฐจะสามารถปรับปรุงยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้หรือไม่

ปัญหาการเติบโตอย่างมีดุลยภาพในระยะยาว

การเติบโตอย่างมีดุลยภาพภาพในระยะยาว หมายถึง สภาวะที่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริง (real GDP)มีการเติบโตอย่างเสม่ำเสมอและยั่งยืน สอดคล้องกับกำลังทรัพกรของประเทศ

ในข้อนี้อาจารย์ได้ยกตัวอย่างการเติบโตโดยการนำทรัพยากรมาใช้อย่างล้างผลาญ ซึ่งทำให้ทรัพยากรนั้นหมดไปในอนาคต แต่ทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ว่าเป็นการเติบโตที่ไม่มีดุลยภาพ

ปัญหาวัฏจักรเศรษฐกิจ

คือปัญหาที่ว่าด้วยความผันผวนของเศรษฐกิจ ที่มีการขึ้นๆลงๆ ตามเวลาที่เปลี่ยนไป เป็นวัฏจักร เจริญรุ่งเรือง-ถดถอย-ตกต่ำ-ฟื้นตัว

ปัญหาการว่างงาน

เป็นปัญหาที่ว่าด้วยภาวะที่คนไม่มีงานทำ หรือมีการจ้างงานต่ำกว่ากำลังแรงงาน ทำให้มีผู้ไม่มีรายได้ ทำให้เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม

ปัญหาความไม่มีเสถียรภาพของระดับราคา

เป็นปัญหาที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอย ภาวะเงินเฟ้อเป็นภาวะที่เงินมีค่าน้อยลง ทำให้ต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อสินค้าที่มีปริมาณและคุณภาพเท่าเดิม การเกิดเงินเฟ้อในอัตรสูงถือเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อครัวเรือน

ปัญหาผลกระทบจากกระแสระบบโลกาภิวัตน์

ประเทศไทยมีระบบเศรษฐกิจแบบเปิด และมีสัดส่วนในภาคต่างประเทศสูงเมื่อเทียบกับ GDP ดังนั้นความผันแปรของสภาวะเศรษฐกิจโลกจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยค่อนข้างมาก

โลกาภิวัฒน์ มีลักษณะที่เป็นองค์ประกอบ 2 ประการ คือ
- การเชื่อมโยงถึงกันและกัน - สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกสามารถแพร่ระบาดไปที่อืนๆ โลกาภิวัฒน์ 3 ยุค
โลกาภิวัฒน์ ตามทัศนคติของ Tomas hi Frirdman ผู้เขียนหนังสือ The World is Flat ได้แบ่งออกเป็น 3 ยุคคือ - ยุคที่ 1 (1492) ทำให้โลกขนาดใหญ่กลายเป็นขนาดกลาง เกิดขึ้นเมื่อมีการค้นพบทวีปอเมริกา และเส้นทางเดินเรือจากยุโรปสู่เอเชีย มีบุคคลสำคัญ 3 คนคือ - Christopher Columbus ผู้เดินเรือจากยุโรปสู่อเมริกาเป็นคนแรก - Americo Vespucio ผู้ค้นพบทวีปอเมริกา - Vas co da Gama ผู้ค้นพบเส้นทางเดินเรือจากยุโรป ผ่านแหลม Good hope สู่ทวีปเอเชีย - ยุคที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อมีการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ ทำให้เกิดการล่าอาณานิคม - ยุคที่ 3 เกิดขึ้นเมื่อมีการคิดค้น Internet และ ทำลายกำแพงเบอร์ลิน ทำให้ทั้งโลกเชื่อมถึงกันหมด ปัจจุบันอยู่ในยุคที่ 3

ปัญหามาตรฐานการดำรงชีพ

เป็นปัญหาที่ดกี่ยวกับมาตรฐานการดำรงชีพของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งไม่ได้ดีขึ้นตามการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศมากนัก เนื่องจากช่องว่างในการกระจายรายได้เพิ่มสูงขึ้น

ปัญหาการขาดดุลงบประมาณและดุลการค้า

เป็นปัญหาที่ว่าด้วยความไม่สมดุลระหว่างการใช้จ่ายเงินกับรายได้ ดุลงบประมาณหมายถึงความสมดุลระหว่างรายจ่ายกับรายได้ของภาครัฐ ซึ่งอาจวางแผนให้เกินดุลหรือขาดดุลได้ ตามแต่สถานการณ์ของประเทศ ส่วนดุลการค้านั้นหมายถึง ระดับของมูลค่าสินค้าที่ส่งอกไปขายกับสินค้าที่นำเข้า ซึ่งยิ่งเกินดุลมากเท่าไหร่ยิ่งป็นผลดี

ปัญหาว่านโยบายรัฐจะสามารถปรับปรุงยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้หรือไม่

เป็นปัญหาที่ว่าด้วยการประเมินว่า นโยบายของภาครัฐที่นำมาผลักดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น จะมีผลกระทบอย่างไร ประสบความสำเร็จมากน้อยขนาดไหน นโยบายหลักๆที่ประเทศต่างๆนำมาใช้ ส่วนใหญ่จะเป็น นโยบายการเงิน(Monetary policy) กับนโยบายการคลัง (Fiscal policy)

ดุลยภาพทั่วไปของระบบเศรษฐกิจ (General Equilibrium) และตัวบ่งชี้ (Indecator) ต่างๆ

ดุลยภาพทั่วไป (General Equilibrium) หมายถึงสภานการณ์ที่เกิดดุลยภาพในส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจครบทุกส่วน ซึ่งประกอบด้วย

  • ภาคการผลิต (Product Market)
  • ภาคตลาดแรงงาน (Labor Market)
  • ภาคการเงิน (Money Market)
  • ภาคต่างประเทศ (Forieng Market)

สำหรับกรณีที่เกิดดุลยภาพบางส่วน เราจะเรียกว่า Patial Equilibrium

ในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มหภาค มีการศึกษาทั้งสภาวะที่เกิดดุลยภาพ และวิธีการแก้ไขเมื่อไม่อยู่ในดุลยภาพ ซึ่งเครื่องมือหลักๆก็คือ นโยบายการเงิน นโยบายการคลัง และนโยบายรายได้

ภาคการผลิต

  • ตัวแปรสำคัญในภาคนี้คือ ผลผลิตรวมของประเทศ (Total output) หรือที่เรียกว่า รายได้ประชาชาติ
  • สถานการณ์ที่มีดุลยภาพคือ อุปสงค์รวมของประเทศเท่ากับอุปทานรวมของประเทศ
  • กรณีที่ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน จะทำให้เกิดภาวะเงินเเฟ้อ
  • กรณีที่ อุปสงค์น้อยกว่าอุปทาน จะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ตัวแปรส่วนประกอบในภาคการผลิต

  • ค่าใช้จ่ายในการบริโภคของครัวเรือน
  • รายจ่ายในการลงทุนของหน่วยธุรกิจ
  • รายจ่ายของภาครัฐบาลที่จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคและการลงทุน
  • การส่งออก
  • การนำเข้า
  • การออมของหน่วยธุรกิจและครัวเรือน
  • การออมของรัฐบาล
  • อัตราภาษี
  • ระดับราคา

ภาคตลาดแรงงาน

  • ทั้งส่งผลกระทบ และได้รับผลกระทบจากภาคเศรษฐกิจอื่น เช่น ภาคการผลิต ภาคการเงิน ภาคการต่างประเทศ
  • ภาวะดุลยภาพของภาคตลาดแรงงาน คือ อุปสงค์ต่อแรงงาน เท่ากับอุปทานของแรงงาน
  • หากเกิดการขาดแคลนแรงงาน จะเกิดการขาดแคลนปัจจัยการผลิตในภาคการผลิต
  • หากอุปทานของแรงงานมากกว่ากำลังการจ้างงาน จะทำให้เศรษฐกิจไม่โตเท่าที่ควร เกิดปัญหาความยากจน และขาดมาตรฐานการดำรงชีพ

ภาคการเงิน

  • ตัวแปรสำคัญในภาคนี้คือ อุปสงค์ของเงิน อุปทานของเงิน และอัตราดอกเบี้ย
  • ดุลยภาพ อยู่ตรงที่ อุปสงค์ของเงินเท่ากับอุปทานของเงิน ทำให้เกิดอัตราดอกเบี้ยดุลยภาพ
  • ถ้าอุปสงค์มากกว่าอุปทาน อัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น ถ้าสูงขึ้นมากเกินไปจะกระทบต่อการลงทุนและการบริโภค และอาจส่งผลสืบเนื่องต่อการจ้างงาน

ตัวแปรอื่นๆ ในภาคการเงิน

  • บทบาทของสถาบันการเงิน ที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนและการให้สินเชื่อ
  • บทบาทของเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลนโยบายการเงิน เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ
  • สถาบันการเงินระหว่างประเทศ

ภาคต่างประเทศ

  • ดุลยภาพในภาคต่างประเทศคือ สถานการณ์ที่ดุลการชำระเงินของประเทศมีความสมดุล
  • กรณีที่เกินดุล ไม่เป็นผลเสีย
  • กรณที่ขาดดุล จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจส่วนอื่นๆ
  • ตัวแปรอื่นๆ ในภาคต่างประเทศ
  • ดุลบัญชีเดินสะพัด
  • ดุลการค้า
  • ดุลบริการ
  • ดุลรายได้ (รายได้ที่คนไปทำมาหากินนอกปรเทศแล้วโอนกลับเข้ามา)
  • ดุลเงินโอนและบริจาค
  • การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ
  • การเคลื่อนย้ายเงินทุนระยะสั้น (เก็งกำไรหุ้น หลักทรัพย์ต่างๆ)
  • การเคลื่อนย้ายเงินทุนระยะยาว (เข้ามาลงทุนสร้างโรงงาน ผลิตสินค้า)
  • อัตราแลกเปลี่ยน

ภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector)

บางครั้งเรียกว่า ตลาดสินค้าหรือภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ

  • ภาคการผลิต
  • ภาคตลาดแรงงาน

คำศัพท์เพิ่มเติมในบทที่ 1

Fiscal cliff หมายถึงทางแยกทางการเงินที่เป็นภาวะวิกฤต หากตัดสินใจผิด ก็ลงเหว
PIIGS - หมายถึงประเทศในกลุ่ม EURO ที่ประสบปัญหาทางการเงิน 5 ประเทศคือ Portugal,Iceland,Italy,Greeks,Spain

อาจารย์ผู้บรรยาย

  • รองศาสตราจารย์คิม ไชยแสนสุข
  • รองศาสตราจารย์สุกัญญา ตันธนวัฒน์

สารบัญ

หน้าแรก เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ

เศรษฐศาสตร์มหภาค

เศรษฐศาสตร์จุลภาค

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม