บทที่ 3 การวิเคราะห์งบการเงิน

จาก MBA Wiki
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เนื้อหาในบทนี้ เป็นเรื่องของค่าต่างๆที่เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของกิจการ ซึ่งเป็นค่าที่ได้จากการคำนวณจากข้อมูลในงบการเงิน เช่น อัตราส่วนหมุนเวียน อัตรากำไรสุทธิ มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น

แก่นของบทนี้ อยู่ที่...

  • ความเข้าใจความหมายของค่าต่างๆ
  • สามารถเทียบกับค่ามาตรฐานได้ (อ่านเป็น)
  • สามารถใช้สูตรคำนวณค่าต่างๆ โดยใช้ข้อมูลที่ให้มาได้

เนื้อหา

สรุปสูตร

อัตราส่วนสภาพคล่อง

  • อัตราส่วนหมุนเวียน (current ratio) = สินทรัพย์หมุนเวียน/หนี้สินหมุนเวียน

บ่งบอกความสามารถในการชำระหนี้สินหมุนเวียนของกิจการ

  • อัตราส่วนหมุนเร็ว (Quick or Acid test ratio) = (สินทรัพย์หมุนเวียน - สินค้าคงเหลือ)/หนี้สินหมุนเวียน

บ่งบอกความสามารถในการชำระหนี้สินหมุนเวียนของกิจการ โดยไม่ต้องขายสินค้าคงเหลือที่มีอยู่

อัตราส่วนประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์

  • อัตราการหมุนของสินค้าคงเหลือ (Inventory turnover ratio) = ยอดขาย/สินค้าคงเหลือ

ถ้ามีค่ามาก แสดงว่าสินค้ามีสภาพคล่องสูง ขายได้ง่าย

  • อัตราการหมุนลูกหนี้การค้า = ยอดขายต่อปี/ลูกหนี้การค้า
  • ระยะเวลาในการเก็บหนี้ถัวเฉลี่ย (DSO,Days Sales Outstanding) = ลูกหนี้การค้า/ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน = ลูกหนี้การค้า/(ยอดขายต่อปี/365)

เมื่อขายสินค้าเป็นเงินเชื่อแล้วใช้เวลากี่วันจึงจะเก็บเงินได้

  • ระยะเวลาในการเก็บหนี้ถัวเฉลี่ย = 365/อัตราการหมุนของลูกหนี้การค้า
  • อัตราการหมุนของสินทรัพย์ถาวร (Fixed assets turnover ratio) = ยอดขาย/สินทรัพย์ถาวรสุทธิ

ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ถาวรเพื่อให้เกิดยอดขาย

  • อัตราการหมุนของสินทรัพย์ทั้งสิ้น(Total assets turnover ratio) = ยอดขาย/สินทรัพย์ทั้งสิ้น

ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ทั้งหมด เพื่อให้เกิดยอดขาย อัตราการหมุนของสินทรัพย์ทั้งสิ้น บอกว่ากิจการมีสินทรัพย์ทั้งสิ้นที่มช้ในการดำเนินงานมากเกินไปหรือไม่ ถ้าหากค่านี้ต่ำแสดงว่าการใช้สินทรัพย์ไม่มีประสิทธิภาพ หรือเป็นสินทรัพย์ไม่มีคุณภาพ ต้องตรวจสอบประสิทธิภาพของสินทรัพย์แต่ละประเภทเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

อัตราส่วนการบริหารหนี้สิน

  • อัตราส่วนหนี้สิน (Debt ratio) = หนี้สินทั้งสิ้น/สินทรัพย์ทั้งสิ้น

กิจการมีสินทรัพย์เป็นของเจ้าหนี้กี่เปอร์เซ็น

  • Time Interest earned (TIE) = EBIT/ดอกเบี้ยจ่าย

ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยของธุรกิจ

  • EBITDA coverage ratio = (EBITDA + Lease payments) / (Interest + Loan repayments + Lease payments)

ใช้วัดว่ากระแสเงินสดสามารถชำระค่าใช้จ่ายประจำได้เพียงไร

อัตราส่วนการทำกำไร

  • อัตรากำไรสุทธิ(Profit margin on sales) = กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ/ยอดขาย

กำไรเป็นกี่ % ของยอดขาย

  • Basic Earning Power(BEP) = EBIT/สินทรัพย์ทั้งสิ้น

ใช้วัดความสามารถในการทำกำไร โดยไม่รวม ภาษีและดอกเบี้ยจ่าย

  • อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA,ROI,Return on Investment,Return on total assets) = กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ/สินทรัพย์ทั้งสิ้น

ความสามารถในการทำกำไรจากสินทรัพย์

  • อัตราผลตอบแทนของผู้เป็นเจ้าของ (ROE,Return on common Equity) = กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ/ส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ

อัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากการลงทุน

ROA กับ ROE ต่างกันที่ "เงินกู้"

ROA = กำไรสุทธิ / สินทรัพย์ทั้งสิ้น
ROA บอกถึงความสามารถในการทำกำไรจากสินทรัพย์ของกิจการ (ความสามารถของผู้บริหาร)

ROE = กำไรสุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น
ROA บอกถึง อัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับ (คนละจุดประสงค์กับ ROA)

บริษัทที่มีหนี้สิน 0 จะมี ROE สูงขึ้น กว่ากรณีที่ไม่มีหนี้สิน เพราะเงินทุนส่วนของเจ้าของน้อยลงในขณะที่บริษัทมีรายได้เท่าเดิม แต่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ดี ดอกเบี้ยที่เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงของกิจการ หากสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ก็มีโอกาสขาดทุนได้มากกว่า

อัตราส่วนประเมินผลธุรกิจโดยรวม

  • ราคาตลาดกับกำไรสุทธิต่อหุ้น(Price/Earning (P/E) Ratio) = ราคาตลาดต่อหุ้น/กำไรสุทธิต่อหุ้น

ระยะเวลาที่ใช้ในการคืนทุน

  • ราคาตลาดกับกระแสเงินสดต่อหุ้น (Price/Case Flow Ratio) = ราคาตลาดต่อหุ้น/กระแสเงินสดต่อหุ้น

ราคาหุ้นต่อกระแสเงินสด 1 บาท ใช้สำหรับอุตสาหกรรมบางประเภท

  • มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Book Value per share) = ส่วนของผู้ถือหุ้น/จำนวนหุ้นสามัญที่อยู่ในมือบุคคลภายนอก

ราคาหุ้น คิดจากสินทรัพย์ของกิจการที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น

  • Market/Book ratio = ราคาตลาดต่อหุ้น/มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น

ใช้วัดว่าผู้ลงทุนยินดีจ่ายเงิยซื้อหุ้นในราคาสูงกว่า เท่ากับ หรือต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีเพียงไร

DU PONT Equation

ROA = Profit Margin x Total Assets Turnover
ROA = PM x TATO
ROA = (NI/Sales) x (Sales/TA) = NI/TA

Modified Du Pont Equation

ROE = ROA x Equity Multiplier
ROE = PM x TATO x EM
ROE = NI/Sales x Sales/TA x TA/E = NI/E

ความหมายคำศัพท์

ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย หาได้จากไหน
อัตราส่วนหมุนเวียน current ratio บ่งบอกความสามารถในการชำระหนี้สินหมุนเวียนของกิจการ สูตร : สินทรัพย์หมุนเวียน/หนี้สินหมุนเวียน
สินทรัพย์หมุนเวียน Current Assets สินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ในเวลา 1 ปี เช่น เงินสด ตั๋วเงินรับ สินค้าคงเหลือ วัสดุสิ้นเปลือง ตารางงบดุล
หนี้สินหมุนเวียน Current Liabilities หนี้สินที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ตารางงบดุล
อัตราส่วนหมุนเร็ว Quick or Acid test ratio ความสามารถในการชำระหนี้สินหมุนเวียนของกิจการ โดยไม่ต้องขายสินค้าคงเหลือที่มีอยู่ สูตร : (สินทรัพย์หมุนเวียน - สินค้าคงเหลือ)/หนี้สินหมุนเวียน
สินค้าคงเหลือ Inventory สินค้าคงเหลือในบัญชี ตารางงบดุล
อัตราการหมุนของสินค้าคงเหลือ Inventory turnover ratio ประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงเหลือ สูตร : ยอดขาย/สินค้าคงเหลือ
ยอดขาย Anual Sales ประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงเหลือ ขายสุทธิ ในงบกำไรขาดทุน
ระยะเวลาในการเก็บหนี้ถัวเฉลี่ย DSO - Days Sales Outstanding จำนวนวันที่ใช้เก็บหนี้จากลูกหนี้การค้า สูตร : ลูกหนี้การค้า/ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน
ลูกหนี้การค้า Receivable ลูกหนี้การค้า งบดุล
ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน Sales ยอดขายเฉี่ยต่อวัน สูตร : ยอดขาย/365
อัตราการหมุนของสินทรัพย์ถาวร Fixed assets turnover ratio ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ถาวรเพื่อให้เกิดยอดขาย สูตร : ยอดขาย/สินทรัพย์ถาวร
สินทรัพย์ถาวร Net Fixed assets สินทรัพย์ถาวร ตารางงบดุล
อัตราการหมุนของสินทรัพย์ทั้งสิ้น Total assets turnover ratio ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ทั้งหมดเพื่อให้เกิดยอดขาย สูตร : ยอดขาย/สินทรัพย์ทั้งสิ้น
สินทรัพย์ทั้งสิ้น Total assets สินทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ ตารางงบดุล
อัตราส่วนหนี้สิน Debt ratio สินทรัพย์เป็นของเจ้าหนี้กี่ % สูตร : หนี้สินทั้งสิ้น/สินทรัพย์ทั้งสิ้น
หนี้สินทั้งสิ้น Total Debt หนี้สินทั้งหมดของกิจการ ตารางงบดุล
TIE - Time Interest earned ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยของธุรกิจ สูตร : EBIT/ดอกเบี้ยจ่าย
EBIT กำไรขาดทุน ก่อนที่จะทำการหัก ต้นทุนทางการเงินและภาษี งบกำไรขาดทุน
ดอกเบี้ยจ่าย Interest ดอกเบี้ยจ่าย งบกำไรขาดทุน
EBITDA coverage ratio ใช้วัดว่ากระแสเงินสดสามารถชำระค่าใช้จ่ายประจำได้เพียงไร สูตร : (EBITDA + Lease payments) / (Interest + Loan repayments + Lease payments)
EBITDA กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา งบกำไรขาดทุน
ค่าเช่าตามสัญญาเช่าระยะยาว Lease payments ค่าเช่าตามสัญญาเช่าระยะยาว งบกระแสเงินสด
ชำระเงินต้น Loan repayments ชำระเงินต้น
อัตรากำไรสุทธิ Profit margin on sales กำไรเป็นกี่ % ของยอดขาย สูตร : กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ/ยอดขาย
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ Net income available to common stockholder กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ กำไรสุทธิ ในตารางงบกำไรขาดทุน
BEP - Basic Earning Power ความสามารถในการทำกำไร โดยไม่รวม ภาษีและดอกเบี้ยจ่าย สูตร : EBIT/สินทรัพย์ทั้งสิ้น
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ ROA-Return on total assets,ROI-Return on Investment ความสามารถในการทำกำไรจากสินทรัพย์ สูตร : กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ/สินทรัพย์ทั้งสิ้น
อัตราผลตอบแทนของผู้เป็นเจ้าของ ROE-Return on common Equity อัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากการลงทุน สูตร : กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ/ส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ
ส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ Common Equity อัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากการลงทุน รวมส่วนของเจ้าของใน งบดุล
ราคาตลาดกับกำไรสุทธิต่อหุ้น Price/Earning (P/E) Ratio ระยะเวลาที่ใช้ในการคืนทุน สูตร : ราคาตลาดต่อหุ้น/กำไรสุทธิต่อหุ้น
ราคาตลาดต่อหุ้น Price per share ราคาตลาดต่อหุ้น ข้อมูลต่อหุ้น
กำไรสุทธิต่อหุ้น Earning per share กำไรสุทธิต่อหุ้น ข้อมูลต่อหุ้น
ราคาตลาดกับกระแสเงินสดต่อหุ้น Price/Case Flow Ratio ราคาหุ้นต่อกระแสเงินสด 1 บาท ใช้สำหรับอุตสาหกรรมบางประเภท สูตร : ราคาตลาดต่อหุ้น/กระแสเงินสดต่อหุ้น
กระแสเงินสดต่อหุ้น CFPS-Cash flow per share กระแสเงินสดต่อหุ้น ข้อมูลต่อหุ้น
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น Book Value per share ราคาหุ้น คิดจากสินทรัพย์ของกิจการที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น สูตร : ส่วนของผู้ถือหุ้น/จำนวนหุ้นสามัญที่อยู่ในมือบุคคลภายนอก
Market/Book ratio ใช้วัดว่าผู้ลงทุนยินดีจ่ายเงิยซื้อหุ้นในราคาสูงกว่า เท่ากับ หรือต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีเพียงไร สูตร : ราคาตลาดต่อหุ้น/มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น BVPS - Book Value per share มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น ข้อมูลต่อหุ้น

ย้อนรอยตัวเลข

การวิเคราะห์ธุรกิจโดยใช้อัตราส่วนในบทที่ 3 เป็นการวิเคราะห์จากตัวเลขซึ่งมีข้อจำกัดต่างๆมากมาย ถ้าผู้วิเคราะห์สามารถรวบรวมข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้นได้จะช่วยให้การวิเคราะห์ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น ข้อมูลเหล่านั้นได้แก่

  1. รายได้ของบริษัทขึ้นอยู่กับลูกค้าสำคัญเพียงรายเดียวหรือไม่
  2. รายได้ของบริษัทต้องพึ่งผลิตภัณฑ์หลักเพียงชนิดเดียวหรือไม่
  3. บริษัทต้องพึ่งผู้ขายเพียงรายเดียวหรือไม่
  4. บริษัทลงทุนในต่างประเทศมากน้อยเพียงไร (ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน)
  5. ภาวะการแข่งขันในตลาด
  6. แนวโน้มการพัฒนนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท
  7. กฎหมายและข้อบังคับต่างๆ
เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม