บทที่ 4 บทบาทของรัฐ การนำเข้าและส่งออกในระบบเศรษฐกิจ

จาก MBA Wiki
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
ในบทนี้ยังคงเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ระดับรายได้ดุลยภาพด้วยวิธีการ Income-Expenditure Approach และ Injection Withdrawal Approach 
แต่มีเรื่องของรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นเศรษฐกิจในระบบเปิด ซึ่งตัวแปรที่เพิ่มเข้ามานี้ ถูกตัดออกไปในตอนแรก เพื่อให้วิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีประเทศไหนไม่มีรัฐบาลและเป็นเศรษฐกิจระบบปิด

เนื้อหา

ประเด็นสำคัญที่นำมาวิคราะห์ในบทนี้

  • รัฐบาล
  • รายจ่ายของรัฐบาล (Government Expenditure G)
  • รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าบริการและการลงทุน เช่นเงินเดือนข้าราชการ รายจ่ายเพื่อซื้อสิ่งของต่างๆ
  • รายจ่ายประเภทเงินโอน ( Transfer Payment) เช่นประกันสังคม รายจ่ายส่วนนี้ไปเพิ่มรายรับของครัวเรือน ทำให้ C เพิ่มขึ้น
  • รายได้ของรัฐจากภาษี (Tax Revenues) การเก็บภาษีจะทำให้รายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น และทำให้ AE ลดลง เพราะภาษีที่จ่ายไปจะทำให้ Disposible Income(Yd) ของภาคเอกชนลดลง
  • รายได้จากภาษีสุทธิ (Net Revenue : T) เท่ากับรายได้จากภาษีหักลบด้วยเงินโอน T = Tax Revenue - Transfer Payment
Yd = Y - T
  • งบประมาณขอรัฐบาล (Government Budget)
  • งบประมาณสมดุล งบประมาณที่รายได้ของรัฐ=รายจ่าย
  • งบประมาณขาดดุล งบประมาณที่รายได้ของรัฐ < รายจ่าย
  • งบประมาณเกินดุล งบประมาณที่รายได้ของรัฐ > รายจ่าย
  • การออมของรัฐบาล (Public Saving)
  • ในกรณีที่รัฐบาลทำงบประมาณแบบเกินดุล การออมของรัฐจะมีค่าเป็นบวก
  • ในกรณีที่รัฐบาลทำงบประมาณแบบเกินดุล การออมของรัฐจะมีค่าเป็นลบ
  • ภาษี (Tax and Expenditure Function) สมมติเก็บภาษี 10% Tax and Expenditure Function จะเขียนได้ดังนี้
Net Taxes(T) = 0.1Y
  • การส่งออกสุทธิ (Net Export)
  • มูลค่าส่งออก (X) มูลค่าส่งออกจะถูกกำหนดเป็นค่าคงที่เพราะมูลค่าการส่งออกขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่จะใช้จ่ายของธุรกิจและครัวเรือนในประเทศอื่นๆ
  • มูลค่านำเข้า (IM) มูลค่าการนำเข้าจะผันแปรตามรายได้ประชาชาติ
  • การส่งออกสุทธิ คือ ผลต่างของมูลค่าการส่งออกและมูลค่าการนำเข้า เขียนแทนด้วยสมการ
(การส่งออกสุทธิ)NX = X -IM

การกำหนดขึ้นของรายได้ประชาชาติดุลยภาพ กรณีระบบเศรษฐกิจเป็นระบบเปิดและมีรัฐบาล

(Desired Aggregate Expenditure : An Open Economy with Government)

ในระบบเศรษฐกิจเปิดและมีรัฐบาล ค่าของ Desired Aggregate Expenditure Function จะเป็นดังนี้

AE = C + I + G + X - IM หรือ
AE = C + I + G + NX

หมายเหตุ ค่าของตัวแปรต่างๆในสมการนี้ เป็น Disired Value ไม่ใช่ Actual Value

The Aggregate Expenditure Function (billion of dollars)

National Income
(Y)
Desire consumption Expenditure
(C=100+0.72Y)
Desired Invesment Expenditure
(I=250)
Desired Government Expenditure
(G=170)
Desired Net Export Expenditure
(X-IM = 240-0.1Y)
Desired Aggregate Expenditure
(AE=C+I+G+X-IM)
100 172 250 170 230 822
400 388 250 170 200 1008
500 460 250 170 190 1070
1000 820 250 170 140 1380
1500 1180 250 170 90 1690
1750 1360 250 170 65 1845
2000 1540 250 170 40 2000
3000 2260 250 170 -60 2620
4000 2980 250 170 -160 3240
5000 3700 250 170 -260 3860

ข้อกำหนดของตาราง The Aggregate Expenditure Function (billion of dollars)

(1) เนื่องจากเป็นระบบเปิดมีรัฐบาล ดังนั้น

Y ≠ Yd
Y = Y - T 

หากกำหนดให้ T มีค่าเท่ากับ 0.1Y

:. Yd = Y - 0.1Y
Y = 0.9Y

(2) Consumption Function คือ

C = 100+0.8Yd
C = 100+0.8(Y - 0.1Y)
C = 100+0.72Y

(3) Import Function คือ

IM = 0.1Y

(4) ตัวแปรอื่นๆ ถูกกำหนดเป็น Autonomous Expenditure โดย

I = 250
X = 240
G = 170

การพิจารณาระดับรายได้ดุลยภาพ โดยวิธี Income-Expenditure Apporach

จากเงื่อนไข Y = AE
:. Y = C + I +G + X - IM
Y = 100 + 0.72Y + 250 + 170 + 240 - 0.1Y
Y = 760 + 0.62Y
Y-0.62Y = 760
0.38Y = 760
Y = 2000 พันล้าน US$

การพิจารณาระดับรายได้ดุลยภาพ โดยวิธี Injection Withdrawal Apporach

Injection = Withdrawal
I + G + X = S + T + IM
250 + 170 + 240 = -100 + 0.18Y + 0.1Y + 0.1Y
0.38Y = 760
Y = 2000 พันล้าน US$

การพิจารณารายได้ดุลยภาพกรณีเศรษฐกิจระบบเปิดและมีรัฐบาล อธิบายโดนรูปกราฟ

(Determining Equilibrium National Income : An open Economy with Government)

122-sa14.gif จากกราฟ

  • รายได้ดุลยภาพจะอยู่ที่ระดับที่ AE ตัดกับเส้น 45 องศา
  • ถ้ารายได้ประชาชาติต่ำกว่า 2000 พันล้าน จะทำให้ AE(ความต้องการใช้จ่าย) มีค่ามากกว่าผลผลิตที่ผลิตได้ในปัจจุบัน เมื่อหน่วยผลิตเห็นว่าสามารถขายสินค้าได้มากกว่าที่ผลิตได้ หน่วยผลิตจะเพิ่มผลผลิต ทำให้รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้น
  • ถ้ารายได้ประชาชาติสูงกว่า 2000 พันล้าน จะทำให้ AE(ความต้องการใช้จ่าย) มีค่าน้อยกว่าผลผลิตที่ผลิตได้ หากหน่วยผลิตยังคงผลิดเท่าเดิมต่อไป จะทำให้สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ผลกำไรลดลง เมื่อหน่วยผลิตไม่ต้องการให้สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น ก็จะลดการผลิตทำให้รายได้ประชาชาติลดลงมาอยู่ที่ 2000 พันล้าน

ความเกี่ยวข้องของนโยบายการคลัง(Fiscal Policy)กับรายได้ประชาชาติ

  • นโยบายการคลัง เป็นนโยบายสาธารณะและเป็นเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ
  • การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลและการจัดเก็บภาษี จะมีผลต่อความต้องการใช้จ่ายมวลรวม (AE) เช่น การลดภาษี หรือการเพิ่มค่าใช้จ่ายของรัฐบาล จะทำให้เส้น AE เลื่อนขึ้น ทำให้รายได้ประชาชาติดุลยภาพเพิ่มขึ้น
  • รัฐบาลสามารถใช้นโยบายการคลังเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจอยู่ในระดับรายได้ประชาชาติดุลยภาพตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้

การเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายของรัฐบาล

การเปลี่ยนแปลงรายจ่ายของรัฐบาล (ΔG) จะมีผลทำให้รายได้ประชาชาติดุลยภาพเปลี่ยนแปลง(ΔY) โดยรายได้ดุลยภาพที่เปลี่ยนแปลงจะมีค่าเท่ากับ ΔG คูณกับตัวคูณ (Multiplier)

การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี

ถ้าอัตราภาษีเปลี่ยนแปลง จะทำให้ ความสัมพันธ์ระหว่าง Yd กับ Y เปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง C กับ Y เปลี่ยนแปลงไปด้วย

สมมติ สถานการณ์เริ่มต้น

Yd = 0.8Y
และ C= 100+0.64Y

เมื่อรัฐลดภาษีจาก 20% เป็น 10%

Yd = 0.9Y
และ C= 100+0.72Y   (0.72 มาจาก 0.64*0.9/0.8)
และทำให้ค่า Marginal propensity to spend(Z) เปลี่ยนแปลง

ในกรณีที่เพิ่มอัตราภาษี จะทำให้ Disposable Income (Yd) ลดลง ทำให้ C ลดลง และ เส้น AE เลื่อนลง ทำให้รายได้ประชาชาติดุลยภาพลดลง และในทางตรงกันข้าม การลดอัตราภาษี จะทำให้ Disposable Income (Yd) เพิ่มขึ้น ทำให้ C เพิ่มขึ้น และ เส้น AE เลื่อนขึ้น ทำให้รายได้ประชาชาติดุลยภาพเพิ่มขึ้น

อาจารย์ผู้บรรยาย

  • รองศาสตราจารย์คิม ไชยแสนสุข
  • รองศาสตราจารย์สุกัญญา ตันธนวัฒน์

สารบัญ

หน้าแรก เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ

เศรษฐศาสตร์มหภาค

เศรษฐศาสตร์จุลภาค

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม