ภาวะผู้นำ

จาก MBA Wiki
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

ผู้นำ จะเป็นผู้ที่มี อิทธิพล ต่อผู้อื่น ทำให้เกิดภาวะที่มี ผู้นำและผู้ตาม ซึ่งผู้นำจะสร้างอิทธิพล ซึ่งประกอบด้วยอำนาจ การเมือง และการเจรจาต่อรอง โดยผู้นำมีเป้าหมายที่จะสร้างแรงจูงใจ สร้างแรงผลักดันให้ผู้ตาม หรือพนักงานขององค์การให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ ทั้งนี้ผู้นำจะต้องกล้าเปลี่ยนแปลง ไม่ยึดติดกับวัฒนธรรมแบบเดิม เพื่อให้องค์กรอยู่รอดพร้อมทั้งนำพาสมาชิกในองค์การให้สำเร็จบรรลุผลตามเป้าหมาย

เนื้อหา

ความแตกต่างของ ผู้จัดการและผู้นำ

Management Leadership
วางแผนและกำหนดงบประมาณ
จัดโครงสร้างและรับสมัครคนงาน
ควบคุมและแก้ปัญหา
กำหนดเป้าหมาย
เข้าถึงมวลชน
สร้างแรงจูงใจ
นำพากลุ่มให้บรรลุเป้าหมาย

สรุปทฤษฎีเกี่ยวกับผู้นำ

  1. Trait Theories การเป็นผู้นำที่ดี ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะและทักษะของบุคคล
  2. Behavioral Theories การเป็นผู้นำที่ดี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรม
  3. Situational Theories สถานการณ์ที่แตกต่างกันเป็นตัวกำหนดผู้นำที่เหมาะสม
  4. Transformational Theories ผู้นำที่สร้างความเปลี่ยนแปลง

Trait Theories

  • เป็นทฤษฎีที่เชื่อว่า ความเป็นผู้นำนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะส่วนบุคคล คนที่เป็นผู้นำ จะมีลักษณะเฉพาะติดตัวมาแต่กำเนิด
  • ลักษณะทางกายภาพ,บุคลิกภาพ,ทักษะความสามารถ,การปรับตัว,ความมั่นใจ และการมีปฏสัมพันธ์กับผู้อื่น

วุฒิภาวะทางอารมณ์

วุฒิภาวะทางอารมณ์ คือ ความสามารถในการยอมรับ และรับรู้ ความรู้สึกของตัวเองและสิ่งรอบข้าง สร้างแรงกระตุ้นจูงใจในการจัดการด้านอารมณ์

  • Self-Awareness - การตระหนักรับรู้ด้วยตนเอง วัดได้จาก เรื่องของความเชื่อมันในตนเอง รับรู้อารมณ์ของตนเอง
  • Self-Management - การจัดการตนเอง เป็นเรื่องของความสามารถในการจัดการอารมณ์ของตนเอง ปกปิดความทุกข์ วัดได้จากการควบคุมตนเอง ความมีสำนึก มีสติ การปรับตัว ความคิดสร้างสรรค์
  • Social Awareness - การสำนึกถึงสังคม วัดได้จากความรู้สึกร่วม การสำนึกถึงองค์การ การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม
  • Social Skill - ทักษะทางสังคม เป็นอารมณ์ที่มั่นคงในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในสถานการณ์ที่ถูกต้อง มีทักษะในการชักจูงโน้มน้าว เจรจาต่อรอง วัดได้จาก ภาวะผู้นำ อำนาจ การโน้มน้าว การจัดการความขัดแย้ง การสร้างพันธะผูกพัน การทำงานเป็นทีม

The big Five Model of Personality

เป็นรูปแบบที่ใช้แยกอุปนิสัยออกเป็น 5 มิติคือ

  • Surgency อุปนิสัยแสดงความเป็นผู้นำ มีความเหนือกว่าผู้อื่น
  • Agreeableness อุปนิสัยเกี่ยวกับการเข้ากับผู้อื่น
  • Adjustment อุปนิสัยเกี่ยวกับเสถียรภาพของอารมณ์
  • Conscientiousness อุปนิสัยที่เกี่ยวข้องกับการบรรลุผลสำเร็จ
  • Openness to Experience อุปนิสัยที่เกี่ยวข้องกับความปราถนาที่จะเปลี่ยนหรือทดลองสิ่งใหม่ๆ

ปัญหาของ Trait Theories

แนวคิดนี้โดนโจมตีเนื่องจากไม่ได้นำปัจจัยทางสถานการณ์เข้ามาวิเคราะห์ด้วย

Behavioral Theories

เป็นแนวคิดว่าคนที่เป็นผู้นำมีพฤติกรรมอย่างไรที่แตกต่างกับคนที่ไม่ใช่ผู้นำ ซึ่งแนวคิดนี้ นำไปใช้ฝึกอบรมให้มีพฤติกรรมเหมาะสมกับการเป็นผู้นำได้ แต่แนวคิดนี้ก็ถูกโจมตีเช่นกันเพราะไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์

มีสถาบันที่ทำการศึกษาผู้นำตามแนวคิดนี้ 2 แห่งคือมหาวิทยาลัย Ohio และหมาวิทยาลัย Michigan ซึ่งให้้ข้อสรุปออกมาคล้ายกันคือ พฤติกรรมที่แสดงความเป็นผู้นำออกมา มี 2 อย่างเท่านั้น คือ

  1. ผู้นำที่เน้นงาน (หรือโครงสร้าง)
  2. ผู้นำที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน

Managerial Grid

Managerial Grid

เมื่อทำการประเมินพฤติกรรมออกมาเป็นคะแนนแล้ว ก็จะพล็อตลงในกราฟ Managerial Grid ทำให้เกิดลักษณะของผู้นำ 5 ประเภทคือ

  • Improverished Management ไม่เน้นงาน-ไม่เน้นคน
  • Task Management เน้นงาน-ไม่เน้นคน
  • Country Club ไม่เน้นงาน-เน้นคน
  • Team Management เน้นงาน-เน้นคน
  • Middle-of-The-Road Management กลางๆทั้งสองอย่าง

Situational Theories

เป็นแนวคิดของ Fiedler ที่คิดว่าประสิทธิผลของผู้นำที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับภาระหน้าที่ของผู้นำ และอิทธิพลของสถานการณ์ และได้สร้างเครื่องมือวัดพฤติกรรมของผู้นำขึ้น (Least preferred co-worker: LPC)

แนวคิดนี้ได้ผลสรุปออกมาว่า ในสภาพแวดล้อมที่สถาการณ์ดีมากๆ หรือแย่มากๆ ผู้นำประเภทที่เน้นงานจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด ส่วนในสภาวะกลางๆ ผู้นำที่เน้นคน จะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ปัจจัยทางสถานการณ์

  • ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับพนักงาน ได้แก่ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และการยอมรับ
  • โครงสร้างของงาน การมอบหมายงาน การแบ่งงานอย่างเป็นระบบ
  • อำนาจตามตำแหน่งงาน ซึ่งเป็นอำนาจตามตำแหน่งหน้าที่ ที่สามารถให้คุณให้โทษกับพนักงาน

Herecy and Blanchard's Situational Leadership Model

Herecy and Blanchard's Situational Leadership Model

แนวคิดนี้จะให้ความสำคัญกับผู้ตาม โดยรูปแบบของผู้นำจะมี 4 แบบ ซึ่งจะเป็นแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับผู้ตาม

  1. ผู้นำแบบสั่งงาน (Telling) เนื่องจากผู้ตามไม่มีความพร้อมและความเต็มใจ
  2. ผู้นำแบบขายความคิด(Selling) ผู้ตามไม่มีความสามารถ แต่เต็มใจทำงาน จึงต้องสอนงานให้เข้าใจ
  3. ผู้นำแบบมีส่วนร่วม (Participating) คือผู้ตามมีความรู้ความสามารถ แต่ไม่เต็มใจทำงาน ผู้นำจึงควรจูงใจ สร้างความผูกพันกับพนักงาน
  4. ผู้นำแบบมอบหมายงาน (Delegating) ผู้ตามมีทั้งความรู้ความสามารถ และเต็มใจทำงาน ผู้นำจึงไม่ต้องมีบทบาทมาก มอบหมายงานให้ปฏิบัติเองได้

Transformational Theories

ทฤษฏีนี้อธิบายภาวะผู้นำออกเป็น 3 ลักษณะ

  • Transactional Leaders (ผู้นำแบบแลกเปลี่ยน) คือผู้นำที่สร้างแรงจูงใจให้ผู้ตามทำตามแนวทางที่กำหนดไว้เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย
  • Contingent Reward ใช้ของรางวัล จูงใจให้ผู้ตามใช้ความพยายามจนงานประสบผลสำเร็จ
  • Management by exceptional (บริหารแบบมีข้อยกเว้น) หมายถึง ผุ้นำที่ใช้วิธีการทำงานแบบเดิม จนกว่าวิธีเดิมนั้นจะใช้ไม่ได้
  • Active form คอยตรวจสอบให้งานของลูกน้องให้เป็นไปตามมาตรฐาน
  • Passive form ตอยจับผิดและลงโทษโดยปราศจากการพูดคุย
  • Transformational Leaders (ผู้นำที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง) คือผู้นำที่มุ่งให้ผู้ตามเกิดแรงบันดาลใจเพื่อให้ผู้ตามดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้ในการทำงาน
  • มีอิทธิพลต่อความคิดผู้ตาม (Idealized influence) หมายถึงการเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้ผู้ตามรับรู้และทเลียนแบบพฤติกรรมที่ดีของผู้นำ
  • สามารถสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational motivation) หมายถึงพฤติกรรมที่ผู้นำสามารถสื่อสารกับผู้ตาม เพื่อให้ผู้ตามทราบถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ ของผู้นำที่มีต่อผุ้ตาม ด้วยวิธีสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้พนักงานเข้าใจ ความหมายของสิ่งที่กระทำ เห็นวิสัยทัศน์หรืออนาคตขององค์การ
  • สามารถกระตุ้นผู้ตามด้วยสติปัญญา (Intellectual stimulation) หมายถึง พฤติกรรมที่รู้จักกระตุ้นให้ผู้ตามรู้จักใช้ความคิด พยายามริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรม และสร้างความท้าทาย
  • มุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Individualized consideration) หมายถึงพฤติกรรมของผู้นำ ที่เข้าใจและปฏิบัติตาม แตกต่างกัน ตามความต้องการ และความสามารถที่แตกต่างกันของผู้ตามแต่ละคน
  • Non-Leadership (ขาดภาวะผู้นำ) คือผู้นำที่ขาดภาวะผู้นำ มีพฤติกรรมขาดงานในเวลาที่ต้องตัดสินใจสำคัญๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตัดสินใจ หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบและมีพฤติกรรมวางมือปล่อยให้สิ่งต่างๆ ขับเคลื่อนไปเอง

บุคคลๆหนึ่งอาจมีลักษณะของผู้นำแบบแลกเปลี่ยนและผู้นำที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสถานการณ์

พฤติกรรมของผู้นำแบบแลกเปลี่ยน จะทำให้ได้ผลลัพธ์ ตามที่คาดหวัง พฤติกรรมของผู้นำที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง จะทำให้ได้ผลลัพธ์ เกินความคาดหวัง

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม