โครงสร้างองค์การ

จาก MBA Wiki
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

การจัดองค์การ (Organizing) คือ กระบวนการในการจัดโครงสร้างขององค์การ ซึ่งครอบคลุมเรื่องการแบ่งงาน การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ การกำหนดกลุ่มงาน การกำหนดความสัมพันธ์ในสายการบังคับบัญชา และการประสานของหน่วยงานต่างๆ การจัดองค์การจึงครอบคลุมถึงการจัดจัดงาน จัดคน และวัตถุสิ่งของทั้งหมดขององค์การ

Oganizational Structure = โครงสร้างองค์การเป็นการตระเตรียมงานภายในองค์การที่เป็นทางการ

Organization-chart.jpg

เนื้อหา

พื้นฐานการจัดองค์การ

  • Differentiation (ความแตกต่าง) องค์การธุรกิจประกอบด้วยหน่วยธุรกิจที่มีความแตกต่างกัน และทำงานแตกต่างกัน

ลักษณะของความแตกต่าง

ก่อให้เกิด

  • Division or labor การแบ่งงานกันทำ
  • specialization ความชำนาญเฉพาะด้าน

ประเภทของความแตกต่าง

  • Vertical differentiation ความแตกต่างในแนวดิ่ง
  • Horizontal differentiation ความแตกต่างในแนวนอน
  • Integration (การบูรณาการ) หน่วยธุรกิจที่มีความแตกต่างกัน จะต้องร่วมประสานงานกันเพื่อให้เกิดผลสำเร็จขององค์การทั้งหมด

โครงสร้างตามแนวดิ่ง

Corporate governance

Corporate governance (บรรษัทภิบาล) เป็นบทบาทของกรรมการบริหารและผู้บริหารระดับสูงขององค์การในระบบการควบคุมและติดตามผลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์การ

Authority in Organizations

Authority in Organizations (อำนาจตามสายบังคับบัญชา)
  • Authority เป็นสิทธิตามกฎหมายที่จะใช้ทรัพยากร สำหรับการทำงานให้สำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนการตัดสินใจและการสั่งงานให้คนอื่นทำ
  • Board of directors คณะกรรมการบริหาร จะมาจากการสรรหาของตัวแทนที่เป็นเจ้าของกิจการและผู้ถือหุ้น เพื่อดำเนินธุรกิจขององค์การ
  • led by a chair ดำเนินการโดยประธานคณะกรรมการบริหาร ทำหน้าที่สำคัญอย่างน้อย 3 ประการคือ
  • การเลือก การประเมิน การใช้ผลตอบแทน และการสรรหาตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง (CEO)
  • กำหนดกลยุทธ์ และทบทวนวิธีปฏิบัติทางการเงิยของธุรกิจ
  • รับผิดชอบในเรื่องของจริบธรรม สังคม และการใช้กฎหมาย
  • Inside Directors ผู้บริหารระดับสูงขององค์การที่เป็นคณะกรรมการบริหาร
  • Outside Directors คณะกรรมการบริหารที่มาจากองค์การอื่นๆ
ความสำเร็จของกรรมการบริหารจะดูจากการกำหนดกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์การ
  • Chief executive officer (CEO) - เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์การ
  • Top management team - ทีมงานของผู้บริหารระดับสูง

Hierarchical levels

Hierarchical levels

hierarchy เป็นระดับอำนาจหน้าที่ขององค์การที่มีลักษณะเป็นปิรามิด

  • top management
  • middle management
  • lowest level(operational level) - first-line manager and operative employee

Span of Control

Span of Control (ช่วงของการควบคุม) หมายถึง จำนวนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาโดยตรง

  • narrow spans - ช่วงการควบคุมแบบแคบ
  • wide spans - ช่วงการควบคุมแบบกว้าง

Delegation

Delegation หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา

  • Responsibility - ความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
  • Accountability - ความรับผิดชอบในฐานะผู้มอบหมายงาน

ข้อดีของการมอบหมายงาน

  • ให้คนอื่นมาช่วยงาน
  • ทำให้ผู้บริหารมีเวลามากขึ้น เพื่อไปทำงานอื่นที่มีความสำคัญกว่า
  • ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ทำงานสำคัญมากขึ้น
  • ทำให้ผู้ใต้บังัคบบัญชามีโอกาสพัฒนาทักษะใหม่ และแสดงศักยภาพ
  • องค์การได้งานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของต้นทุน

Decentralization

Decentralization (การกระจายอำนาจ) เป็นผลมาจากการมอบหมายความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่

  • centralized organization องค์การแบบรวมอำนาจ ผู้บริหารระดับสุงจะตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ ทำให้มีประสิทธิภาพในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
  • decentralized organization องค์การแบบกระจายอำนาจ ผู้ใต้บังคับบัญชา สามารถตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญได้ ทำให้มีความคล่องตัว

โครงสร้างตามแนวนอน

โครงสร้างตามแนวนอน

การแบ่งแผนกงาน - คือการแบ่งองค์การเป็นหน่วยย่อย

  • line departments แผนกงานในสายงานหลัก
  • staff departments แผนกงานในสายสนับสนุน

Functional organization

Functional organization (การจัดหน่วยงานตามหน้าที่) เป็นการแบ่งแผนกตามภาระหน้าที่ของงาน

Divisional organization

Division Organization Structure

Divisional organization - การจัดหน่วยงานตามลักษณะธุรกิจ

  • product divisions - การจัดหน่วยงานตามประเภทสินค้า
  • customer divisions - การจัดหน่วยงานตามลูค้า
  • geographical divisions - การจัดหน่วยงานตามภูมิศาสตร์

Metrix organization

Metrix organization
  • Metrix organization (องค์การแบบเชิงซ้อน) มีการแต่งตั้งผู้บริหารโครงการ (Project Manager) ขึ้นมารับผิดชอบโครงการใดโครงการหนึ่ง ก็จะดึงเอาผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละแผนกมาร่วมโครงการ
  • Metrix organization (องค์การแบบเชิงซ้อน) เกิดขึ้นจากองค์การมีขนาดใหญ่ มีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น การจะทำโครงการใหญ่ๆ โดนอาศัยรูปแบบการจัดแผนกตามหน้าที่ ย่อมทำได้ยาก ผู้บริหารสูงสุดย่อมประสบปัญหาการควบคุมงานให้เป็นไปตามแผนได้ยาก

Mechanistic versus Organic Organization

เป็นแนวคิดของ Burns and Stalker ที่เปรียบเทียบองค์การ 2 ลักษณะ เป็น โครงสร้างแบบเครื่องจักร(Mechanistic Organization) และ โครงสร้างแบบสิ่งมีชีวิต(Organic Organization)

Mechanistic Organic
มีความชำนาญเฉพาะด้าน ทีมงานมาจากผู้มีความชำนาญต่างๆกัน
การจัดฝ่ายชัดเจน ทีมงานมาจากพนักงานหลายระดับ
สายการควบคุมชัดเจน การส่งผ่านข้อมูลเป็นไปอย่างอิสระ
Narrow spans Wide spans
รวมอำนาจ กระจายอำนาจ
ความเป็นทางการสูง ความเป็นทางการต่ำ

Contemporary Organizational Designs

รูปแบบองค์การแบบใหม่

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม